1. ทำให้เด็กได้ฝึกการใช้จินตนาการอย่างอิสระ ซึ่งจะมีผลให้เด็กเป็นคนกล้าคิด กล้าริเริ่มสิ่งใหม่ๆ
   2. ทำให้เด็กได้แสดงออกถึงสิ่งที่ตนคิดและรู้สึกโดยเฉพาะในเด็กเล็กที่ยังไม่สามารถสื่อสารทางตัวอักษรได้ดี
   3. ทำให้เด็กรักการทำงานและมีความภาคภูมิใจในตนเอง เมื่อการสร้างสรรค์งานศิลปะของเด็กแต่ละชิ้นเสร็จสิ้นลง เด็กจะรู้สึก ภาคภูมิใจกับผลงานของเขามาก ทำให้กระตือรือร้นที่จะสร้างผลงานชิ้นใหม่ต่อไป
   4. ช่วยฝึกความประณีตและสมาธิเพราะในขณะที่เด็กพยายามควบคุมมือให้สามารถวาด ระบายสีหรือประดิษฐ์สิ่งหนึ่งสิ่งใดให้สำเร็จนั้นต้องใช้ความตั้งใจ ความพยายามและใช้สมาธิที่แน่วแน่มั่นคงตามวุฒิภาวะของเด็กแต่ละวัย
   5. ทำให้เด็กเป็นคนมีสุนทรียภาพ มีความละเอียดอ่อนในจิตใจ ทำให้รู้คุณค่าในธรรมชาติ ศิลป วัตถุ หรือรูปแบบความคิดต่างๆ ทำให้มีชีวิตและจิตใจที่งดงาม
   6. ฝึกให้เด็กรู้จักการทำงานร่วมกัน รู้จักปรับตัวและปรับความคิดให้สอดคล้อง ยอมรับซึ่งกันและกัน อันเป็นพื้นฐานของการอยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและเป็นประชาธิปไตยในสังคม

         ดังนั้นการเรียนศิลปะของเด็กจึงมิใช่การคาดหวังว่าเด็กจะต้องวาดรูปให้เหมือนและสวยตามความรู้สึกของผู้ใหญ่ หรือจะต้องได้ผลงานเป็นชิ้นเป็นอันหรือเตรียมตัวเพื่อเป็นศิลปินที่มีชื่อเสียงในอนาคต หากเป็นการช่วยเสริมสร้างลักษณะนิสัยในทางสร้างสรรค์ เพื่อเตรียมความพร้อม ทั้งร่างกาย สติปัญญา อารมณ์ โลกทัศน์ และทางสังคมให้สามารถเรียนรู้วิชาการแขนงอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
   

 
1.รับเด็กตั้งแต่อายุเท่าไร

  • รับเด็กตั้งแต่อายุ 2 – 12  ปีขึ้นไป

2. ดูอย่างไร ว่าเด็กมีความพร้อมสามารถสมัครเรียนได้

  • เด็กมีสมาธิพอที่จะนั่งทำกิจกรรมอยู่ในห้องได้ 1 - 2  ชั่วโมง
  • เด็กไม่ร้องไห้หาผู้ปกครอง

3. เด็กเรียนรวมกัน หรือแยกอายุอย่างไร

  • เด็กจะเรียนเป็นกลุ่มแบ่งตามอายุเป็น 2 กลุ่ม
  • อายุ 4-7 ปี และ
  • อายุ 8-12 ปี

 

4. ลักษณะการเรียนการสอนเป็นอย่างไร เรียนแล้วได้อะไร

  • หลักสูตรของ  Artino จะเน้นการพัฒนาความคิดสร้างสรรค์
  • การคิดเชิงสร้างสรรค์ของเด็กแต่ละคนแสดงออกมาไม่เหมือนกัน ครูจะดูว่าเด็กมีวิธีคิดอย่างไร เช่น บางคนมีความคิดริเริ่ม มีความคิดแปลก ๆ ใหม่ ๆ บางคนมีความคิดรอบคอบ ละเอียด  บางคนคิดวางแผนเก่ง บางคนมีความคิดคล่องแคล่ว  คิดได้เร็ว  บางคนคิดประณีต  บางคนคิดเชื่อมโยงเก่ง บางคนคิดเป็นเรื่องเป็นราว  บางคนจินตนาการกว้าง ฯลฯ ครูจะดูว่าเด็กเด่นในด้านใดและควรเสริมด้านไหน
  • เด็กจะได้เรียนและทำกิจกรรมหลากหลายอย่างมีความสุข  การทำงานอย่างมีความสุข ช่วยให้เด็กมีสมาธิดีขึ้น
  • ครูจะสอนเป็นขั้นเป็นตอน  ครูจะทำให้ดูเป็นตัวอย่าง แต่ในขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เด็กคิดสร้างสรรค์วิธีการของตนอย่างอิสระ  เพื่อฝึกให้เด็กรู้จักคิดเอง คิดเป็นทำเป็น รู้จักวางแผน เชื่อมั่นในความคิดของตัวเอง
  • เด็กได้เรียนรู้การทำงานร่วมกับเพื่อน ๆ
  • ได้พัฒนาทักษะทางอารมณ์
  • เด็กเกิดความภาคภูมิใจในตัวเอง
  • เด็กเล็กได้ฝึกกล้ามเนื้อมือ ทำให้เด็กเกิดทักษะในการใช้กล้ามเนื้อมือต่าง ๆ  เช่น กิจกรรมปั้นดิน น้ำมัน การปะติดและงานประดิษฐ์
  • สามารถนำความรู้ทางศิลปะไปบูรณาการวิชาอื่น ๆ ที่โรงเรียนได้ เช่น  เด็กบางคนเมื่อเรียนศิลปะแล้ว ทำให้ทำรายงานที่โรงเรียนได้สวยงามน่าสนใจและได้คะแนนดีขึ้น หรือบางทีสามารถวาดภาพประกอบการเรียนในวิชาวิทยาศาสตร์  สังคม และวิชาอื่น ๆ ได้ดีขึ้น ทำให้เด็กมีกำลังใจในการเรียนวิชาการมากขึ้น 

5. เด็กได้เรียนอะไรบ้าง 
เด็กจะได้เรียนกิจกรรมต่าง ๆ สลับกันไปในแต่สัปดาห์   ได้แก่

  • การวาดภาพ และ ระบายสี  ( Drawing & Painting )  ด้วยสีชอล์ค  สีน้ำ  สีโปสเตอร์   สีไม้  สีเมจิก  สีแป้ง  ฯลฯ
  • การปั้น ( Sculpture) เช่น การปั้นภาพนูนต่ำ  การปั้นภาพนูนสูง  การปั้นลอยตัว  การปั้นประกอบภาพ  การปั้นและระบายสี  การปั้นประกอบงานประดิษฐ์ ด้วยวัสดุดังนี้  ดินน้ำมัน  ดินญี่ปุ่น  ดินเยื่อกระดาษ  กระดาษปั่น ฯลฯ
  • การพิมพ์ภาพ ( Print  Making)  ด้วยแม่พิมพ์ธรรมชาติ และ แม่พิมพ์แกะสลัก
  • การประดิษฐ์สร้างสรรค์ ( Creative Crafts )

6. วันและเวลาเรียน เป็นอย่างไร

  • เลือกเรียนวันเสาร์  หรือ วันอาทิตย์  
  • ช่วงปิดเทอม  เปิดเดือนตุลาคม และ มีนาคม – เมษายน
  • ผู้ปกครองที่สนใจกรุณาสอบถามวันและเวลาเรียนของสาขาที่จะไปเรียนค่ะ

7. จะเปิดคอร์สเมื่อไหร่

  • เด็ก ๆ สามารถสมัครเรียนได้เลย  เปิดรับสมัครตลอดปี 

8. ต้องเรียนกี่คอร์สจึงจะจบหลักสูตร

  • คอร์สหนึ่งเรียน  8 ครั้ง  เมื่อจบ 6 คอร์สทางโรงเรียนจะแจกประกาศนียบัตรให้ 1 ใบ
  • นักเรียนสามารถเรียนต่อไปได้เรื่อย ๆ จนถึงอายุ 12 ปี ครูจะสอนเนื้อหา การใส่รายละเอียดภายในงาน  เทคนิคต่าง ๆ ที่มากขึ้นตามอายุและตามลำดับคอร์สที่นักเรียนเรียน  
  • ทุก ๆ คอร์ส นักเรียนจะได้รับ Portfolio เมื่อเรียนจบคอร์สนั้น ๆ 

9. เรียนนานแค่ไหนจึงจะวาดเก่ง

  • พัฒนาการและความสามารถเฉพาะตัวของเด็กแต่ละคนไม่เท่ากัน เราจะไม่เปรียบเทียบเด็ก แต่จะช่วยให้เขาพัฒนาศักยภาพของเขาให้เต็มที่
  • ส่วนมากเด็กที่เรียนในคอร์สที่ 2 จะเริ่มเห็นผลว่า เด็กมีสมาธิดีขึ้น อยู่บ้านจะชอบวาดรูปมากขึ้น อยู่บ้านรู้จักนั่งวาดรูปเงียบ ๆ ได้ เพราะการวาดรูปหรือทำงานศิลปะเป็นการ  “เล่น”  อย่างหนึ่งของเขา ผู้ปกครองควรส่งเสริม พูดให้กำลังใจ ไม่ควรห้ามหรือใช้คำพูดในทางลบ  เช่น วาดไม่สวย  ไม่เหมือนเลย  ฯลฯ
  • เด็กจะสนใจอุปกรณ์ศิลปะมากขึ้น ผู้ปกครองควรส่งเสริม

10. มีประกาศนียบัตรให้ไหม

  • เด็กที่เรียนต่อเนื่องจนจบทุก ๆ 6 คอร์ส  ทางโรงเรียนจะแจกประกาศนียบัตรให้

11. เริ่มเรียนพร้อมกันไหม

  • เด็กแต่ละคนไม่จำเป็นต้องเริ่มเรียนพร้อมกัน   เพราะครูจะประเมินผลและดูพัฒนาการของเด็กเป็นรายบุคคล
  • ครูจะไม่เปรียบเทียบเด็กกับเด็กคนอื่น ๆ แต่ครูจะดูพัฒนาการของเขาเองว่าการเรียนในแต่ละครั้งตัวของเขามีพัฒนาการก้าวหน้าขึ้นอย่างไร 

12. กรณีที่เด็กขาดเรียน มีชดเชยไหม

  • ทางโรงเรียนมีความเข้าใจในความเป็นพ่อแม่ผู้ปกครอง  ทราบว่าโดยธรรมชาติของเด็กย่อมต้องมีป่วยบ้าง ไปเที่ยวกับครอบครัว  ต้องหยุดเตรียมตัวสอบที่โรงเรียนหรือพ่อแม่ติดธุระ  ดังนั้นทางโรงเรียนสอนศิลปะอาร์ตติโน จึงอนุญาตให้เด็กที่ขาดเรียนไป มาชดเชยได้ โดยบัตรเข้าชั้นเรียนจะมีอายุ  3 เดือน

13. เด็กหยุดเรียนจะมีผลต่อการเรียนในครั้งต่อไปไหม จะเรียนทันเพื่อนไหม

  • ไม่มีผล เพราะวิชาศิลปะเป็นวิชาที่จบในแต่ละครั้งของการเรียน
  • แต่ก็ไม่ควรขาดต่อเนื่องกันเป็นเวลานาน  หรือทิ้งช่วงนาน เพราะเด็กจะขาดทักษะ และเด็กโตขึ้นพัฒนาการทางด้านศิลปะจะปรับเปลี่ยนไปตามวัย  การเรียนต่อเนื่องกันจะได้ผลดีกว่า และเด็กที่เริ่มเรียนติดต่อกันไปตั้งแต่อายุยังน้อย ๆ จะได้เปรียบกว่า เพราะเป็นช่วงวัยที่สมองซีกขวากำลังพัฒนา เป็นวัยแห่งจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์ ถ้ามาเรียนตอนโตแล้วจินตนาการและความคิดสร้างสรรค์จะพัฒนาช้าลงแต่จะไปพัฒนาด้านเหตุผลมากขึ้น  ดังนั้นในเด็กโตกว่า 12  ปีขึ้นไป  จึงเป็นหลักสูตรการวาดภาพเหมือนและทฤษฎีศิลปะ  เช่น ทฤษฎีสี และการจัดองค์ประกอบศิลป์

14. การเรียนในคอร์สต่อ ๆ ไป แตกต่างจากคอร์สเดิมอย่างไร

  • เนื้อหาและรายละเอียดจะเพิ่มมากขึ้นแต่แนวทางและหลักการสอนของครูจะสอนรายละเอียดที่ยากขึ้นตามอายุ และตามลำดับขั้นของคอร์สของเด็ก
  • ครูจะมีใบบันทึกผลการเรียนของเด็กทุกคน  ทุกคอร์ส เพื่อติดตามประเมินผลพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ของเด็กเฉพาะเป็นรายบุคคล

15. ครูที่สอนเป็นใคร

  • ครูที่สอนทุกคน  เรียนจบปริญญาตรีด้านศิลปะ และได้รับการฝึกอบรมการสอนศิลปะหลักสูตรสร้างสรรค์จากศูนย์อบรมของโรงเรียนศิลปะสร้างสรรค์อาร์ตติโน ที่กรุงเทพฯ

16. ลูกไม่ชอบวาดรูป และวาดรูปไม่เก่งเลย เรียนได้หรือเปล่า

  • โดยธรรมชาติเด็กทุกคนชอบวาดและทำกิจกรรมศิลปะ  การสอนศิลปะที่ถูกต้องต้องเป็นการสอนที่ไม่เคร่งเครียด ไม่เหมือนการสอนวิชาการ ครูต้องไม่ดุ หรือไม่เคร่งครัดจนเกินไป บรรยากาศในห้องจะเป็นกันเอง เด็กรู้สึกสบาย ปลอดภัย แต่ก็ต้องรักษาวินัยที่จะไม่รบกวนกันและกัน  เคารพกันและกัน
  • ครูมีหน้าที่สร้างแรงจูงใจ และสร้างบรรยากาศในชั้นเรียนให้น่าสนใจ ซึ่งจะทำให้เด็กที่ไม่ชอบวาดรูปสามารถถูกโน้มน้าวใจให้อยากวาดได้ แต่ทั้งนี้ เด็กที่ไม่ชอบวาดหรือคิดว่าตัวเองวาดรูปไม่เก่งมาก่อน ผู้ปกครองต้องไม่คาดหวังผลงานจากเขามากเกินไป ต้องปล่อยให้เขาค่อย ๆ ปรับตัวและพัฒนาไปตามความพร้อมของเขาเอง ซึ่งการเรียนอย่างต่อเนื่องจะช่วยให้เห็นผลได้
  • ศิลปะไม่ใช่เรื่องของพรสวรรค์  เด็กทุกคนสามารถพัฒนาทักษะทางศิลปะได้ด้วยการส่งเสริม สนับสนุน และให้กำลังใจจากทางบ้าน และคุณครู

17. เด็กไม่ชอบปั้น จะขอเรียนวาดและระบายสีอย่างเดียวได้ไหม

  • เด็กควรเรียนทุกหัวข้อ เพราะการเรียนทุกหัวข้อจะช่วยให้เด็กมีโอกาสพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ได้กว้างกว่าการเรียนหัวข้อใดหัวข้อหนึ่ง
  • กิจกรรมหลากหลายช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องการวางแผน การทำงาน 2 และ 3 มิติ และการแก้ปัญหาที่หลากหลายกว่าการเรียนกิจกรรมเดียว ทางโรงเรียนศิลปะสร้างสรรค์อาร์ตติโน่จึงจัดให้เด็กเรียนแต่ละกิจกรรมสลับกันไป และเด็กก็จะได้ไม่เบื่อ

18. เวลาเรียน เด็กคิดเอง หรือครูช่วยคิดให้

  • คุณครูจะกำหนดหัวข้อและเทคนิคส่วนเรื่องราวในกิจกรรม ลวดลาย การใช้สี และการลงมือทำ คุณครูพยายามจะให้เด็กทำเอง คิดเอง ดัดแปลงเอง ให้มากที่สุด เพื่อเด็กจะได้ฝึกคิดเอง ทำเอง 

19. ลูกสมาธิสั้น เรียนได้ไหม

  • เด็กสมาธิสั้นที่สามารถเข้ากลุ่มกับเพื่อนได้ สามารถมาเรียนได้ค่ะ
  • ศิลปะเป็นกิจกรรมที่ช่วยเด็กสมาธิสั้นได้ดีมาก
  • ผู้ปกครองไม่ควรคาดหวังผลงานเขามากนัก
  • อาจจัดเวลาให้เด็กเลิกเรียนเร็วขึ้น ในช่วงแรกอาจจะเรียนเพียง 1 ชั่วโมง – 1 ชั่วโมงครึ่ง แล้วค่อย ๆ เพิ่มเวลาเรียน เจ้าหน้าที่ต้องแจ้งให้ผู้ปกครองมารับตามเวลาที่เด็กเลิกเรียน
  • หากเด็กที่มีอาการมาก อาจให้ทดลองเรียนก่อน ว่าเด็กสามารถอยู่กับเพื่อนได้ไหม สามารถอยู่ในห้องโดยไม่วิ่งไปวิ่งมาได้นานแค่ไหน

20. เด็กพิเศษ เช่น  ออติสติก และ ดาวน์ซินโดรม เรียนได้ไหม

  • เช่นเดียวกับเด็กสมาธิสั้น ต้องพาเด็กมาทดลองเรียนครั้งหนึ่งก่อนครูอาจจัดเวลาให้สั้นกว่าเด็กปกติ
  • ผู้ปกครองต้องอธิบายลักษณะหรืออุปนิสัยที่สำคัญ ๆ ของเด็กให้คุณครูทราบ บอกว่าเด็กชอบไม่ชอบอะไรบ้าง
  • เด็กพิเศษทุกคน โรงเรียนต้องมีหมายเลขโทรศัพท์ที่สามารถติดต่อผู้ปกครองได้ตลอดเวลา 

21. โรงเรียนศิลปะสร้างสรรค์อาร์ตติโน แต่ละสาขาสอนเหมือนกันหรือเปล่า

  • ทุกสาขาสอนเหมือนกันค่ะ 

 

  Copyright © 2010 Artino All rights reserved. | Facebook | Twitter | fan pages